โปรแกรมทีละขั้น สำหรับคนที่ห่างจากการออกกำลังมานาน
หน้านี้รวบรวมท่าพื้นฐานและวิธีจัดสัปดาห์แบบง่าย ทั้งหมดเป็นแนวคิดทั่วไปสำหรับการขยับในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่โปรแกรมการรักษา และไม่ได้ออกแบบมาสำหรับโรคใดโรคหนึ่ง ใครมีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ควรคุยกับแพทย์ก่อนเริ่ม
โปรแกรมนี้คืออะไร และไม่ใช่อะไร
โปรแกรมทีละขั้นคือชุดท่าง่าย ๆ ที่ช่วยให้ผู้ชายวัยสี่สิบขึ้นไปกลับมาเคลื่อนไหวเป็นประจำ เป้าหมายคือความต่อเนื่อง ความมั่นใจในการขยับ และความรู้สึกว่าร่างกายพร้อมสำหรับกิจกรรมในวันธรรมดา เช่น ขึ้นบันได ยกของ หรือเดินเที่ยวได้นานขึ้น
ความคาดหวังที่สมเหตุสมผล
- ขยับได้คล่องขึ้นในกิจวัตรประจำวัน
- มีนิสัยการเดินและการฝึกที่ทำซ้ำได้ทุกสัปดาห์
- รู้จักสัญญาณของร่างกายว่าเมื่อไรควรเบาลง
- มีเรื่องที่ชัดเจนขึ้นสำหรับคุยกับแพทย์ในการตรวจครั้งถัดไป
ขอบเขตที่ต้องรู้
- ไม่ใช่โปรแกรมรักษาเบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ
- ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาสมรรถภาพทางเพศ
- ไม่ได้แทนกายภาพบำบัดหรือแผนที่แพทย์ให้มา
- ไม่มีกำหนดเวลาว่าต้องเห็นผลภายในกี่วัน
ก่อนเริ่ม: เช็กลิสต์ห้านาที
อ่านรายการนี้ก่อนการฝึกทุกครั้งในช่วงสัปดาห์แรก เมื่อคุ้นแล้วจะกลายเป็นนิสัยไปเอง
พื้นที่โล่งและพื้นไม่ลื่น
ย้ายพรม สายไฟ และของเล่นเด็กออก ใช้รองเท้าผ้าใบที่กระชับหรือเท้าเปล่าบนพื้นที่ไม่ลื่น
เก้าอี้ที่มั่นคง
เก้าอี้ไม่มีล้อ ไม่โยก วางพิงผนังไว้ เพื่อใช้ทั้งนั่ง ลุก และจับพยุงตัว
น้ำเปล่าอยู่ใกล้มือ
โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือในห้องที่ไม่มีแอร์ จิบเป็นระยะ ไม่ต้องรอให้กระหาย
จังหวะที่ยังพูดคุยได้
ระหว่างฝึกควรยังพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ ถ้าหอบจนพูดไม่ออก แปลว่าหนักเกินไปสำหรับช่วงเริ่มต้น
ไม่ฝืน ไม่เจ็บ
อาการตึงกล้ามเนื้อพอทนเป็นเรื่องปกติ แต่ความเจ็บแปลบที่ข้อต่อหรือหน้าอกไม่ใช่ ให้หยุดทันที
รู้ว่าเมื่อไรต้องหยุด
เวียนหัว ตาพร่า ใจสั่น เหงื่อเย็น คลื่นไส้ หรือเจ็บแน่นหน้าอก หยุด นั่งพัก และขอความช่วยเหลือ
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่เป็นเบาหวาน ใช้ยาลดน้ำตาลหรือยาความดัน เคยมีปัญหาหัวใจ มีน้ำหนักตัวมาก หรือเพิ่งผ่าตัด ควรสอบถามแพทย์ก่อนว่ากิจกรรมแบบไหนเหมาะ เพราะการออกแรงอาจมีผลต่อระดับน้ำตาลและความดันในบางคน
การเดินแบบค่อยเพิ่ม
คืออะไร
การเดินที่ตั้งใจกว่าการเดินไปมาในบ้าน คือเดินต่อเนื่อง ก้าวยาวขึ้นเล็กน้อย และแกว่งแขนตามธรรมชาติ
ทำอย่างไรให้สบาย
เริ่มด้วยความเร็วปกติ เมื่ออุ่นเครื่องแล้วเร่งเล็กน้อยจนหายใจแรงขึ้นแต่ยังคุยได้ ช่วงท้ายค่อยช้าลง หลายสัปดาห์ต่อมาจึงต่อเวลาเพิ่ม
สิ่งที่มันไม่ได้ทำ
การเดินไม่ใช่ยาลดน้ำตาล และไม่ได้แก้ปัญหาข้อเข่าที่มีอยู่ ถ้าเดินแล้วปวดเข่าหรือสะโพกซ้ำ ๆ ควรให้แพทย์ตรวจ
หลักจำง่าย หลายองค์กรสุขภาพแนะนำให้ผู้ใหญ่มีกิจกรรมระดับปานกลางสะสมราวสองชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ ให้ถือเป็นทิศทาง ไม่ใช่เส้นที่ต้องไปให้ถึงในเดือนแรก คนที่เริ่มจากศูนย์อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะถึงตรงนั้น
ลุกนั่งจากเก้าอี้
- นั่งค่อนมาด้านหน้าของเก้าอี้ เท้าวางห่างประมาณความกว้างสะโพก
- โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดันส้นเท้าลงพื้นแล้วลุกขึ้นยืนตรง
- ค่อย ๆ หย่อนก้นกลับลงไปนั่งอย่างควบคุม ไม่ทิ้งตัว
- หายใจตามปกติ ไม่กลั้นหายใจระหว่างลุก
ทำเท่าไรดี
ทำไปจนรู้สึกว่าต้นขาเริ่มทำงาน แต่ยังลุกได้ในท่าที่ถูก แล้วหยุดพัก ถ้ายังลุกเองไม่ได้ ใช้มือดันที่ต้นขาหรือที่วางแขนช่วยก่อน
สิ่งที่มันไม่ได้ทำ
ท่านี้ไม่ได้ซ่อมข้อเข่าที่สึก และไม่ใช่การทดสอบสุขภาพ เป็นแค่การฝึกกล้ามเนื้อที่ใช้ทุกวัน
ดันกำแพง
ยืนห่างจากกำแพงประมาณหนึ่งช่วงแขน วางฝ่ามือระดับไหล่ งอศอกให้ตัวเข้าหากำแพงช้า ๆ แล้วดันกลับ ลำตัวตรงตั้งแต่ศีรษะถึงส้นเท้า
ยืนใกล้กำแพงมากขึ้น
ใช้ขอบโต๊ะที่มั่นคงแทนกำแพง
ใช้ขั้นบันไดขั้นล่าง เมื่อทำท่าเดิมได้คล่องแล้ว
ท่านี้ทำให้แขน ไหล่ และหน้าอกได้ทำงานโดยไม่ต้องลงพื้น ถ้ารู้สึกเจ็บไหล่หรือข้อมือ ลดระยะลงหรือข้ามท่านี้ไปก่อน
ยกส้นเท้าและทรงตัว
ยกส้นเท้า
ยืนจับพนักเก้าอี้ ค่อย ๆ เขย่งขึ้นบนปลายเท้า ค้างสั้น ๆ แล้ววางลงช้า ๆ น่องเป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานทุกครั้งที่เราเดินและขึ้นบันได
ยืนขาเดียว
ยังจับพนักเก้าอี้ไว้ ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย นับช้า ๆ แล้วสลับข้าง ทำข้างอ่างล้างจานระหว่างแปรงฟันก็ได้
การทรงตัวไม่ได้ช่วยป้องกันการหกล้มได้แน่นอน แต่เป็นทักษะที่ฝึกได้ และใช้ในชีวิตประจำวันทุกวัน ผู้ที่เวียนหัวบ่อยหรือเคยหกล้ม ควรถามแพทย์ก่อน
ดึงแขนด้วยน้ำหนักเบา
ใช้ดัมเบลเบา ขวดน้ำ หรือถุงผ้าใส่ของ มือหนึ่งยันโต๊ะ โน้มตัวเล็กน้อยหลังตรง อีกมือดึงน้ำหนักขึ้นมาข้างลำตัว แล้วลดลงช้า ๆ
เลือกน้ำหนักที่ยกได้สบายในท่าที่ถูกต้อง ถ้าต้องเหวี่ยงตัวหรือกลั้นหายใจเพื่อยก แปลว่าหนักเกินไป ผู้ที่มีความดันสูงหรือเคยมีปัญหาที่ตา ควรถามแพทย์เรื่องการยกน้ำหนักก่อน
ท่านี้ใช้กล้ามเนื้อหลังส่วนบนซึ่งมักไม่ค่อยได้ทำงานเวลานั่งโต๊ะ ไม่ใช่การแก้ปวดหลัง หากปวดหลังเรื้อรังควรให้แพทย์หรือนักกายภาพประเมิน
ยืดเหยียดหลังฝึก
หลังเดินหรือฝึก ใช้เวลาไม่กี่นาทียืดน่อง ต้นขาด้านหน้าและด้านหลัง สะโพก และหน้าอก ค้างแต่ละท่าในระดับที่รู้สึกตึงสบาย หายใจช้า ๆ
- ไม่เด้งตัวหรือกระตุกระหว่างยืด
- ไม่ดึงจนรู้สึกเจ็บ
- ทำบนเสื่อหรือพรมที่ไม่ลื่น
การยืดเหยียดเป็นช่วงผ่อนคลายของร่างกาย ไม่ได้รักษาอาการปวดข้อหรือกล้ามเนื้ออักเสบ
ตัวอย่างสัปดาห์สำหรับสองแบบชีวิต
ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ตารางบังคับ ปรับวันได้ตามงาน ครอบครัว และสภาพอากาศ
คนทำงานประจำ
เช้าวันทำงาน
เดินจากป้ายรถเมล์หรือสถานีให้ไกลขึ้นหนึ่งป้าย หรือจอดรถไกลจากทางเข้าอาคาร
พักกลางวัน
หลังมื้ออาหาร เดินในห้างหรือในอาคารที่มีแอร์ แทนการนั่งต่อที่โต๊ะ
เย็นวันอังคารและพฤหัส
ท่าน้ำหนักตัวในห้องนั่งเล่น ลุกนั่ง ดันกำแพง ยกส้นเท้า แล้วยืดเหยียด
เสาร์หรืออาทิตย์
เดินในสวนสาธารณะตอนเช้า หรือปั่นจักรยานกับครอบครัว นานกว่าวันธรรมดา
คนเกษียณ ทำงานอิสระ หรือทำงานจากบ้าน
หลังตลาดเช้า
เดินกลับบ้านแทนการเรียกวิน ถือถุงของสลับมือ
ระหว่างประชุมออนไลน์
ประชุมที่ไม่ต้องเปิดกล้อง ลองยืนฟังและขยับน่อง
ดูแลหลาน
เดินเล่นในหมู่บ้าน เล่นเตะบอลเบา ๆ หรือพาไปสนามเด็กเล่น
งานบ้าน
กวาดลาน รดน้ำต้นไม้ ล้างรถ ก็เป็นการเคลื่อนไหวที่นับได้
ไปวัดหรือทำบุญ
เดินรอบบริเวณวัดหลังทำบุญเช้า ในช่วงที่แดดยังไม่แรง
ก่อนข่าวภาคค่ำ
ชุดท่าสั้น ๆ ในห้องนั่งเล่น แล้วยืดตัวก่อนนอน
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ออกกำลังกลางแจ้งช่วงเที่ยงถึงบ่ายในวันที่ร้อนจัด
- ฝึกหนักทันทีหลังห่างไปหลายปี เพื่อ “เอาคืน” ให้เร็ว
- กลั้นหายใจขณะยกของหรือลุกนั่ง
- ฝืนทำต่อเมื่อเจ็บแน่นหน้าอกหรือเวียนหัว
- หยุดหรือปรับยาเองเพราะเริ่มออกกำลังกาย
- ใช้อาหารเสริมหรือเครื่องดื่มชูกำลังแทนน้ำเปล่า
- ฝึกตอนท้องว่างนาน ๆ หากใช้ยาลดน้ำตาล โดยไม่ได้ถามแพทย์
- เลียนแบบท่ายากจากคลิปโดยไม่รู้พื้นฐาน
- ใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าที่หลวมเดินเร็ว
- เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนที่ฝึกมานานกว่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของมือใหม่
- เริ่มแรงเกินไปในสัปดาห์แรก แล้วปวดจนต้องหยุดไปทั้งเดือน การเริ่มเบากว่าที่คิดมักไปได้ไกลกว่า
- ข้ามการอุ่นเครื่อง ใช้เวลาสั้น ๆ เดินช้าหรือขยับข้อต่อก่อนเสมอ
- นับแต่จำนวนครั้ง จนละเลยท่าทาง ท่าที่ถูกต้องสำคัญกว่า
- ลืมดื่มน้ำ เพราะฝึกในห้อง ทั้งที่อากาศรอบตัวยังร้อนและชื้น
- ฝึกทุกวันโดยไม่มีวันพัก กล้ามเนื้อต้องการเวลาฟื้นตัว
- คิดว่าต้องเหนื่อยหอบถึงจะได้ผล การขยับระดับปานกลางที่ทำสม่ำเสมอก็มีคุณค่า
- ตั้งเป้าเป็นตัวเลขบนตาชั่งอย่างเดียว แล้วท้อเมื่อตัวเลขไม่ขยับ
- นอนดึกแล้วฝึกตอนเช้ามืด ร่างกายที่อดนอนมักฝึกได้ไม่ดี
- ไม่บอกแพทย์ ว่าเริ่มออกกำลังกาย ทั้งที่ใช้ยาประจำอยู่
- เลิกทั้งหมดเมื่อพลาดไปหนึ่งสัปดาห์ แค่กลับมาเริ่มที่ระดับเบากว่าเดิมเล็กน้อยก็พอ
ความเชื่อผิด ๆ กับสิ่งที่ควรรู้
อายุเกินสี่สิบแล้ว สร้างกล้ามเนื้อไม่ได้
กล้ามเนื้อตอบสนองต่อการฝึกได้ในทุกวัย แม้ความเร็วจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ถ้าไม่เหงื่อท่วมตัว ถือว่าไม่ได้ออกกำลัง
เหงื่อขึ้นกับอากาศและแต่ละคน ไม่ได้บอกว่าการฝึกมีคุณภาพแค่ไหน
ออกกำลังกายแล้วเลิกยาเบาหวานได้
การปรับยาเป็นเรื่องของแพทย์เท่านั้น ห้ามหยุดยาเอง
มีท่าเฉพาะที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
ไม่มีท่าใดรับประกันเรื่องนี้ ปัญหาที่เป็นต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวกับสุขภาพด้านอื่น
เดินไม่นับเป็นการออกกำลังกาย
การเดินอย่างตั้งใจเป็นกิจกรรมทางกายระดับปานกลางที่หลายคนเริ่มต้นได้ง่ายที่สุด
ต้องเข้ายิมเท่านั้นถึงจะฝึกแรงได้
น้ำหนักตัว เก้าอี้ และขวดน้ำ ใช้ฝึกพื้นฐานที่บ้านได้
ปวดมากวันรุ่งขึ้นแปลว่าฝึกได้ดี
ความเมื่อยเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ แต่ปวดมากจนขยับลำบากแปลว่าหนักเกินไป
ออกกำลังในอากาศร้อนช่วยเผาผลาญมากขึ้น
ความร้อนเพิ่มความเสี่ยงจากการเสียน้ำและภาวะร้อนเกิน เลือกช่วงที่เย็นกว่าดีกว่า
ซิทอัพทุกวันทำให้หน้าท้องแบน
ร่างกายไม่ได้ลดไขมันเฉพาะจุด รูปร่างขึ้นกับหลายปัจจัยรวมกัน
ช่วงเริ่มต้นต้องฝึกทุกวันถึงจะเห็นอะไร
วันพักเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม และช่วยให้ทำต่อได้นาน
ยืดเหยียดก่อนฝึกนาน ๆ กันบาดเจ็บได้แน่นอน
การอุ่นเครื่องด้วยการขยับเบา ๆ เหมาะกับช่วงก่อนฝึก ไม่มีวิธีใดกันบาดเจ็บได้ทั้งหมด
นาฬิกาอัจฉริยะบอกได้ว่าสุขภาพดีหรือไม่
อุปกรณ์ช่วยนับก้าวและเตือนให้ขยับได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรมนี้ใช้แทนการรักษาหรือยาได้ไหม
ไม่ได้ การเคลื่อนไหวเป็นนิสัยประจำวันที่อยู่คู่กับการรักษา ไม่ได้มาแทน ยาและแผนการรักษาทุกอย่างควรปรับโดยแพทย์เท่านั้น
ถ้าฝึกแล้วรู้สึกไม่สบายตัว ควรทำอย่างไร
หยุดท่านั้นก่อน นั่งพัก ดื่มน้ำ ถ้าเป็นแค่ความเมื่อยกล้ามเนื้อ ครั้งหน้าให้ลดความหนักลง แต่ถ้าเป็นอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือใจสั่น ให้ขอความช่วยเหลือและโทร 1669
เมื่อไรควรไปพบผู้เชี่ยวชาญ
ก่อนเริ่ม หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ และทุกครั้งที่มีอาการผิดปกติระหว่างหรือหลังการฝึก หรือมีปัญหาที่เป็นต่อเนื่อง เช่น ปวดข้อซ้ำ ๆ หรือปัญหาเรื่องการแข็งตัว
เป็นเบาหวานอยู่ ทำท่าเหล่านี้ได้หรือไม่
หลายคนทำได้ แต่ควรถามแพทย์ก่อน เพราะยาบางชนิดร่วมกับการออกแรงอาจทำให้น้ำตาลต่ำได้ แพทย์จะช่วยแนะนำว่าควรระวังอะไรบ้าง
ควรฝึกตอนไหนของวัน
ช่วงที่ทำได้สม่ำเสมอที่สุด สำหรับคนส่วนใหญ่ในไทยคือเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนจัด หรือในห้องที่อากาศถ่ายเท
ไม่มีดัมเบล ใช้อะไรแทนได้
ขวดน้ำ ถุงผ้าใส่หนังสือ หรือถุงข้าวสารถุงเล็ก ขอให้จับถนัดและไม่หลุดมือ
อายุเกินหกสิบ เริ่มได้ไหม
เริ่มได้ แต่ควรคุยกับแพทย์ก่อน และเริ่มจากท่าที่มีที่จับพยุง เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้และยกส้นเท้าข้างโต๊ะ
ต้องนับก้าวต่อวันหรือเปล่า
ไม่จำเป็น การนับก้าวช่วยให้เห็นภาพรวม แต่ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน
เดินหลังอาหารดีไหม
หลายคนชอบเดินเบา ๆ หลังมื้ออาหาร เพราะช่วยลดการนั่งต่อเนื่อง ไม่ต้องเดินเร็ว และควรเลี่ยงหากรู้สึกจุกแน่นท้อง
ปวดเข่าเวลาลุกนั่ง ควรทำอย่างไร
ลดระยะการย่อ ใช้เก้าอี้ที่สูงขึ้น หรือข้ามท่านี้ไปก่อน ถ้าปวดต่อเนื่องหรือบวม ควรให้แพทย์ตรวจ
ออกกำลังกายแล้วเหนื่อยง่ายกว่าเพื่อน ผิดปกติไหม
แต่ละคนเริ่มจากจุดต่างกัน แต่ถ้าเหนื่อยผิดสังเกตจากกิจกรรมเบา ๆ หรือหายใจไม่ทัน ควรปรึกษาแพทย์
ต้องกินอาหารเสริมเพิ่มหรือไม่
เว็บไซต์นี้ไม่แนะนำอาหารเสริม หากสงสัยเรื่องโภชนาการ ควรคุยกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
เมื่อไรควรพบแพทย์
สัญญาณต่อไปนี้ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ บางอาการต้องไปทันที
- เจ็บ แน่น หรือรู้สึกถูกบีบที่หน้าอก ร้าวไปแขน คอ หรือกราม: โทร 1669 ทันที
- หน้ามืด เป็นลม หรือหายใจไม่ทันขณะออกแรงเบา ๆ
- ใจเต้นผิดจังหวะ หรือเต้นเร็วมากไม่ลดลงหลังพัก
- กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ปัญหาการแข็งตัวหรือความต้องการทางเพศที่เปลี่ยนไปนานหลายสัปดาห์
- ปวด บวม หรือแดงที่ข้อต่อ ไม่ดีขึ้นหลังพักหลายวัน